1. ตรวจสอบสภาพสายสลิงของรถเครน ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยที่สายสลิงจะต้องไม่ขาด, งอ, แตกหรือเป็นสนิม เนื่องจากจะทำให้เกิดอันตรายในระหว่างการใช้งานได้
  2. ตรวจสอบสภาพของแกนม้วนสายสลิงภายในรถเครน โดยที่แกนม้วนต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหรือมีสิ่งแปลกปลอมติดค้างอยู่ภายใน
  3. ตรวจสอบสภาพตะขอที่เกี่ยวระหว่างสายสลิง ว่ามีรอยแตกร้าวหรือเกิดการสึกหรอหรือไม่ โดยควรใช้สารหล่อลื่นใส่ลงในตะขอทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในระหว่างการใช้งานสายสลิง
  4. ตรวจสอบสภาพมอเตอร์ของรถเครน ทั้งการยกขึ้น-ลง, การบิดไปทางซ้าย-ขวา, การเดินหน้า-ถอยหลัง โดยจะต้องมีการใช้ที่เป็นปกติ
  5. ตรวจสอบสภาพสวิตซ์ไฟในทุกระบบของรถเครน ทั้งระบบการยกขึ้น-ลง, ระบบการบิดไปทางซ้าย-ขวา, ระบบการเดินหน้า-ถอยหลัง โดยให้คุณลองกดสวิตซ์ไฟค้างไว้ จนกว่าระบบจะตัดการทำงาน
  6. ตรวจสอบการทำงานของระบบเบรกในทุกๆฟังก์ชั่นของรถเครน ว่าสามารถเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกและผ้าเบรกทุกครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปีในการใช้งาน
  7. ตรวจสอบชุดลูกยางกันชนในรถเครนให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยที่จะต้องไม่มีรอยแตก, หักหรือบิ่นปรากฏให้เห็น หากมีการชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ในทันที
  8. ตรวจสอบสภาพสายไฟในทุกระบบการทำงาน โดยที่สายไฟจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยถลอกหรือฉีกขาด หากมีรอยชำรุดควรซ่อมหรือเปลี่ยนให้เรียบร้อย
  9. ตรวจสอบสัญญานเสียง, สัญญาณแสงภายในรถเครน ให้มีการทำงานที่เป็นปกติ
  10. ตรวจสอบอุปกรณ์เสริมทุกชนิดในรถเครน ทั้ง Shackle, ลวดสลิง ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

จาก 10 ข้อ ที่เราได้กล่าวไปนั้น หวังว่าจะมีประโยชน์ในการที่เราจะรักษารถเครนเบื้องต้นให้อยู่กับการใช้งานของเราไปได้อีกนาน  https://www.ben.co.th/